งานบันลือโลกของนักวิจัยไทย

By : Jakkrit Siririn


ถ้าไม่มีคดีความฟ้องร้องกันจนเป็นข่าวใหญ่โตระดับโลก คงไม่มีใครคาดคิด ว่า Apple เจ้าของ iPhone ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบริษัทไฮเทคชั้นนำ จะละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ชื่อ Siri

และคงไม่มีใครคาดคิดอีกเช่นกัน ว่าเบื้องหลังของ Siri นั้น แท้ที่จริงแล้ว เป็นฝีมือของคนไทย

Siri เป็นซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือ iPhone ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้เสมือนมีหุ่นยนต์เลขานุการติดตัวไปด้วยทุกที่ แถมบางที Siri

เก่งกว่าเลขานุการจริงๆ เสียด้วยซ้ำ

คดีความที่กล่าวถึงข้างต้น เป็นการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นจากสิทธิบัตรหมายเลข US 7177798 B2 ซึ่ง Siri ได้นำไปใช้ โดยเจ้าของสิทธิบัตรคือ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง หรืออีกนัยก็คือ คุณพ่อผู้ให้กำเนิด Siri นั่นเอง

แนวคิดการทำงานของ Siri เรียกว่า Natural language interface หรือการใช้ภาษามนุษย์ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับเครื่องจักร

อธิบายง่ายๆ ได้ว่า การที่ Siri สามารถตอบคำถามเจ้าของโทรศัพท์มือถือที่ถามคำถาม หรือสั่งให้ Siri ทำโน่นทำนี่ด้วยภาษาพูดได้นั้น เกิดขึ้นจากตรรกะของ Natural language interface ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง ได้คิดค้นขึ้นผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำถามหรือคำสั่ง จากฐานข้อมูลที่ Siri สามารถเข้าถึงได้

จากกรณีของ Siri มีคำถามเกิดขึ้นหลักๆ สองคำถามด้วยกัน

หนึ่ง คือ เป็นไปได้ไหม ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่แท้แล้ว มีเบื้องหลังการละเมิดลิขสิทธิ์ทำนองนี้อีกมากมาย

สอง คือ แนวความคิดที่ล้ำหน้าเหมือนเช่น Natural language interface ของ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง ซึ่งเป็นประชาชนจากประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทย จะยังมีคนเล็กคนน้อย คนธรรมดาสามัญแบบนี้ กำลังสร้างสรรค์ผลงานอันล้ำค้าเหมือน Siri อยู่ในอีกหลายประเทศ

คำถามข้อหลังนี้ เป็นคำถามใหญ่พอสมควร

ประเทศไทยเรามีคนเล็กคนน้อย คนธรรมดาสามัญ ที่เป็นคนเก่งมากมายอย่างไม่ต้องสงสัย

เรามีเด็กนักเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ เรามีนักดนตรีและนักกีฬาเยาวชนเก่งๆ หลากหลายประเภท เรามีนักวิจัยที่มีความสามารถมากมาย

แนวคิดเรื่อง Natural language interface ของ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ของคนที่ทำความฝันให้เป็นจริง ความฝันที่เด็กทั่วโลกอยากสื่อสารด้วยคำพูดกับตุ๊กตา หรือหุ่นยนต์ของเล่น

ความสำเร็จของ Natural language interface หรืออีกนัยก็คือ Siri ที่เรามองข้ามไปไม่ได้ก็คือเบื้องหลังการถ่ายทำ ซึ่งหมายถึงเบื้องหลังการทำงาน การคิดค้น การประดิษฐ์ นวัตกรรมให้กับโลก ที่ไม่เพียงอาศัยองค์ความรู้ ประสบการณ์ลองผิดลองถูก และความอดทน มุมานะ

แต่ยังต้องอาศัยการส่งเสริม สนับสนุนจากหลายภาคส่วน ในการค้นหา และต่อยอด ผลึกความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้น แปรรูปให้เกิดเป็นความจริงที่จับต้องได้

ไม่ว่าจะเป็นเด็กโอลิมปิกวิชาการ นักดนตรีและนักกีฬาเยาวชน หรือนักวิจัยอย่าง รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง

Natural language interface ของ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของไฟสร้างสรรค์ และที่สำคัญก็คือ เป็นตัวอย่างของผู้ริเริ่ม ที่ไม่ว่าจะเรียกว่า Starter หรือ Startup หรือ Nascent แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ คนทำทาง

เป็น คนทำทาง ที่เป็นผู้บุกเบิก ถากถางเส้นทาง ให้กับผู้ที่เดินตามมา

เชื่อเหลือเกินว่า ในวันหนึ่งข้างหน้า คนรุ่นหลังที่กำลังเสาะแสวงหาเส้นทางเดิน หรือที่อยู่ที่ยืนของตัวเอง หากได้ศึกษาตัวอย่างของ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง เจ้าของฉายา

 

Reviews

Comment as: