The Knowledge Innovation Series : “DIGIVERSE (โอกา...

โอกาสการใช้ประโยชน์จากโลก Digital https://www.acheterviagrafr24.c...

2 Mar 2017

The Knowledge Innovation Series : “Creative Inspir...

เส้นทางสู่ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกของคุณม๊าเดี่ยวนั้นเริ่มต้นจากว...

2 Mar 2017

Inspire Your Brain, Inspire Your Future : ทิศทางให...

ทำความรู้จัก เข้าใจแนวทางจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ร่วมวิเคราะห์ ส...

1 Mar 2017

Tryout : เด็ก Voice (1/3)

หลงใหลอยากเป็นนักพากย์ ไม่ควรพลาด!!! เพราะใจรัก มุ่งมั่น เล่นเส...

4 Jul 2015

Responsive

ศาสตร์ว่าด้วยการเยียวยาตนเองของร่าง...

รางวัลโนเบลประจำปี 2016 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตกเป็นของ ศาสตราจ...

26 Nov 2016

ลองดี เด็กSocial (2/3)

ช่วงที่ 2  Work As You Are : การเรียนรู้วิธีการทำงาน "Clipper"...

5 Jan 2015

Array
(
    [post_type] => post
    [ignore_sticky_posts] => 1
    [orderby] =>  CAST((SELECT meta_value FROM wp_postmeta WHERE post_id = wp_posts.ID AND meta_key = 'views' LIMIT 0, 1) AS SIGNED) DESC 
    [order] => DESC
    [cat] => 0
    [tax_query] => 
    [taxonomies] => Array
        (
        )

    [meta_key] => views 
    [post__in] => 
    [current_cat] => 
    [current_author] => 
    [title] => Top Views
    [posts_per_page] => 3
    [style] => list
    [check_author] => 
    [no_found_rows] => 1
)
  • Anusorn Tipayanon

    เราทุกคนล้วนต้องเคยประสบกับความทุกข์ใจอันเนื่องจากการที่รู้สึกว่า มีงานมากมายรอให้เราสะสางโดยที่เราไม่อาจรับมือมันได้ มีอีเมล์ต้องตอบจำนวนมหาศาล มีรายงานการประชุมต้องบันทึก มีแผนการธุรกิจใหม่ต้องนำเสนอ และแล้วเราก็รู้สึกว่า เวลาที่มีในหนึ่งวันนั้นไม่เพียงพอ ในที่สุดเราก็พูดกับตัวเองว่า “ขอเวลาให้ฉันมากกว่านี้ได้ไหม” ทว่าในความเป็นจริง การเรียกร้องเวลาเพิ่มไม่ใช่ทางออกในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่เราควรทำคือ “ผลาญเวลาให้หมดไปกว่าที่เป็นมา” นี่ไม่ใช่การประชดประชันใดๆ โอลิเว่อร์ เบอร์คแมน-Oliver Burkeman คอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยน ของอังกฤษ ได้ออกสัมภาษณ์นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารเวลา ก่อนจะได้คำตอบว่า การหยุดพักหรือการนั่งนิ่งๆ กับถ้วยชาหรือกาแฟรสโปรด หรือการหยิบหนังสือเล่มที่ชอบขึ้นอ่าน หรือการออกเดินเล่นในสวนสาธารณะ คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าการจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นไหนๆ บุคคลแรกที่ให้ความเห็นคือ เมอลิน มันน์ -Merlin Mann ผู้ที่มีโครงการเขียนหนังสือชื่อว่า “การจัดการอีเมล์อย่างมีประสิทธิภาพ” ทว่าความย้อนแย้งคือสองปีผ่านไป เมอลินฯ ตัดสินใจล้มเลิกโครงการนี้ และบอกว่าการยุ่งอยู่กับอีเมล์จำนวนมากทำให้สัมพันธภาพระหว่างเขากับลูกสาวเลวร้ายลง “และปัญหาครอบครัวของเขาก็เกิดขึ้น” โอลิเว่อร์ฯ เล่าว่า จากการสัมภาษณ์เขาพบว่า ปัญหาของคนส่วนใหญ่ คือ การเชื่อว่าการจดจ่ออย่างเคร่งเครียดจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้เร็วขึ้น ดังนั้น การปลีกเวลาไปทำสิ่งอื่นทำให้เราไม่สบายใจ เปรียบเหมือนดังเรากำลังกระทำความผิดบางประการอยู่ ทว่าเมื่อเรานั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วลงมือทำงาน เรากลับไม่รู้ตัวว่าเราเปลี่ยนหน้าจอบ่อยๆ จากงานไปยังหน้าเว็บไซต์ขายของ แอบแชตทางโซเชี่ยลมีเดีย หรือ เปิดภาพยนตร์ออนไลน์ไว้ควบคู่ และสิ่งต่างๆ […]

  • Jakkrit Siririn

    School-Based Management การจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน Problem-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน Activity-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน Task-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้เนื้องานเป็นฐาน Work-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้การทำงานเป็นฐาน Project-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้โครงการเป็นฐาน Team-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้ทีมงานเป็นฐาน Story-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้เรื่องราวเป็นฐาน Games-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน Model-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้ตัวแบบเป็นฐาน Computer-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐาน Simulation-Based Learningการเรียนรู้โดยใช้การจำลองเป็นฐาน Research-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน Creativity-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นฐาน Community-Based Learning การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน Evidence-based Learning การเรียนรู้โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เป็นฐาน Brain-Based Learningการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ทั้งหมดนี้ คือแนวคิดในการบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ที่มีอยู่ และในวันนี้ มีอีกหนึ่งแนวคิดใหม่ในการบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ นั่นคือ Zombie-Based […]

  • Jakkrit Siririn

    ในยุค 4.0 มีนวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย คอลัมน์ Nascent Object by OKMD ขอนำเสนอตัวอย่าง Beverage Innovation หรือ Coffee 4.0 ที่น่าสนใจ คือ Clear Coffee ดังนี้ Clear Coffee หรือกาแฟไร้สี ตอนที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศ Canada ที่ The Butchart Gardens Coffee Shop ภายใน The ButchartGardens สวนดอกไม้ลือชื่อของ Canada The Butchart Gardens เป็นสวนพฤกศาสตร์บนเกาะ Victoria เมือง Vancouver รัฐ British Columbia ประเทศ Canada ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในทวีปอเมริกาเหนือครับ โดยในปัจจุบัน นอกจาก ButchartGardens จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ของ Canada แล้ว ที่นี่ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับหายากของอเมริกาเหนืออีกด้วยภายในสวน […]

  • Anusorn Tipayanon

    สถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ การต้องอยู่โดดเดี่ยวในเมืองยุคใหม่ที่ขยายตัว สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เราแทบทุกคนล้วนตกอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “ความหวาดกลัว” การที่ความหวาดกลัวโจมตีเราได้ง่ายและอย่างสม่ำเสมอนั่นเป็นเพราะความหวาดกลัวและความกลัวเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในสมอง เมื่อเราเกิดความกลัวขึ้นในยามใดมันจะขยายตัวไปเรื่อยดังลูกคลื่นที่ขยายตัวก่อนถึงฝั่ง ร่างกายเราจะสนองตอบต่อความกลัวเพื่อปกป้องและป้องกันเราจากอันตราย หัวใจของเราจะเต้นแรงขึ้น ลมหายใจของเราจะกระชั้นขึ้น กล้ามเนื้อของเราจะแข็งเกร็ง เพื่อเตรียมตัวต่อสู้ หรือตอบโต้ต่อสิ่งที่เราหวาดกลัวนั้นๆ กระบวนการของความกลัวในสมองของเรานั้นประกอบไปด้วยห้าขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนแรกจะเกิดขึ้นในสมองส่วนที่เรียกว่า ทาลามัส (Thalamus) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ใช้รับรู้ถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรา การรับรู้นี้แบ่งเป็นสองแบบด้วยกัน แบบแรกเป็นการรับรู้แบบฉับพลันว่าเรากำลังมีอันตรายอย่างใหญ่หลวงหรือถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตเช่นการถูกมีดจ่อคอหอยหรือมีโจรเอาปืนจี้ที่ศีรษะ กรณีแบบนี้สมองส่วนทาลามัสจะส่งสัญญาณไปอย่างสมองส่วนอมิกดาล่า (Amygdala) หลังจากนั้นอมิกดาล่าจะส่งผ่านไปยังสมองส่วน ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)ที่ส่งต่อไปยังต่อมอดรีนาลินที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดและการตื่นตัวของกล้ามเนื้อนั้นๆ แบบที่สองเป็นความกลัวที่ไม่ส่งผลถึงอันตรายต่อชีวิตแต่เป็นความกลัวในจิตใจของแต่ละบุคคลเช่นการประสบกับแมลงสาบ งู ความมืดหรือความสูง ความกลัวส่วนนี้สมองทาลามัสจะส่งไปที่สมองส่วน คอร์เทกซ์(Cortex) สมองส่วนคอร์เทกซ์จะส่งผ่านไปยังสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)  เพื่อเปรียบเทียบความกลัวที่เกิดขึ้นกับความกลัวในแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในอดีต  สมองส่วนฮิปโปแคมปัสนั้นเป็นสมองส่วนที่ทำงานกับความจำความกลัวแบบนี้จะฝังอยู่ในความจำและส่งผลต่อการสร้างความกลัวด้วยเงื่อนไขที่ว่าในอนาคตต่อไป สภาวะความทรงจำเกี่ยวกับความหวาดกลัวนี้เรียกว่าสภาวะความทรงจำอันเลวร้ายที่ส่งผลภายหลังหรือ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) ความกลัวแบบเรื้อรังที่ว่านี้มีอันตรายตรงที่มันทำให้เราหลงเหลือความทรงจำระยะสั้น ก่อให้เกิดความกระวนกระวาย และทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้น่ากลัวและยังทำลายประสิทธิภาพของสมองส่วนฮิปโปแคมปัสด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นผลร้ายต่อเราและหนทางเดียวที่เราจะเอาชนะมันได้คือ”การฝึกเพื่อเอาชนะความกลัว” การฝึกที่ว่านี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “การขจัดความกลัว หรือ Fear Extinction”ซึ่งทำได้โดยการปลูกฝังความทรงจำใหม่ต่อสิ่งที่เรากลัวนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นหากเราหวาดกลัวแมลงสาบ ทุกครั้งที่เราเห็นสิ่งดำๆขนาดเล็กบนพื้น  เราจะมองเห็นมันเป็นแมลงสาบและกลัว เราต้องสร้างความรู้สึกที่เป็นบวกกับสิ่งที่เรากลัวเช่นเราต้องมองให้เห็นว่าแมลงสาบที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงสิ่งเล็กๆสีดำที่ไม่มีพิษสงอะไรเลย การสร้างความทรงจำใหม่ด้านบวกนี้จะส่งผลต่อสมองส่วนอมิกดาล่าให้เริ่มต้นบันทึกสิ่งใหม่ลงในสมอง การบันทึกสิ่งใหม่ลงในสมองทุกวันๆจะทำให้เราเอาชนะความกลัวได้ในที่สุด […]