“รู้จักตนเองผ่านงานอดิเรก” ตอนจบ

By : Anon Pairot


หลายหลายธุรกิจจึงมักสร้างรายได้จากการบริการ “งานอดิเรก” ให้ผู้อื่น เช่น บริการนวดผ่อนคลาย บริการคาราโอเกะ และยิ่งมีคุณค่า มีราคา มีความหมายมากๆ ต่อผู้มาใช้จ่ายในเวลาว่าง เช่น งานธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยวต่างประเทศ พาดำน้ำ พาออกเรือยอร์ช

ฉะนั้น หากพิจารณาดีๆ เราก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า “งานอดิเรก” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปในโลกทุกวันนี้ โลกที่มีออนไลน์เชื่อมต่อคนได้เร็วขึ้นโลกที่ทุกวันนี้การเดินทางสะดวกขึ้น สายการบินถูกลง ท่องเที่ยวได้ไกลขึ้น “เวลาว่างและอดิเรก” จึงเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของเศรษฐกิจได้เลยทีเดียว และในระดับส่วนบุคคลงานอดิเรกนี่แหละเป็นตัวบอก “ตัวตน” ของเราได้ดีทีเดียวว่าเรามีความชอบ เรามีความสนใจ จริงๆ ในเรื่องใดทำไมเราถึงหมกมุ่นเรื่องนั้น? ทำไมเราถึงเสียเงินเสียทองในการเรียนรู้เรื่องนั้นเพิ่มเติม? ทำไมเราถึงเสียเวลาน้อยนิดที่เรามีไปกับเรื่องนั้นๆ? และผูกพันกับมัน? คิดถึงมันเมื่อมีโอกาสเสมอ ก็เพราะว่า งานอดิเรก นั้นมีตัวตนเราจริงๆ ที่เราอยากเป็น ที่เราอยากมีความสุข ล้วนอยู่ในงานอดิเรกของเรา
.

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ผมเองก็อยากชวนให้ทุกคนลองหัดสังเกต และตั้งคำถามดูว่า “ตนเองมีความสนใจ มีความชอบและหมกมุ่นในเรื่องใดเป็นพิเศษจริงๆ ที่คุณฝันและชอบเป็นประจำจนกลายเป็นงานอดิเรก หรือเป็นแรงปรารถนาลึกๆ ที่อยากได้ลองทำในเวลาว่างของคุณ?” การได้คุยกับตัวเองแล้วสอบถามความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อ “งานอดิเรก” ก็อาจจะค้นพบ “ตัวตน” ในรูปแบบหนึ่ง ที่คุณอาจจะมองข้ามไป
.

“ตัวตนนี่แหละ” คือสิ่งสำคัญที่จะเป็น “แรงจูงใจ” ของคุณในการทำอะไรซักอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่จำเป็นและมีความหมายจริงๆ กับชีวิตคุณ เป็นแรงบันดาลใจและอีกก้าวขั้นของชีวิตคุณ ที่คุณต้องการตั้งคำถามถึงอนาคตอันโคตรซีเรียสของคุณเอง
.

ในช่วงเวลาอันน้อยนิดคุณมีเวลาว่าง “ทำไมคุณถึงเลือกทำสิ่งนั้นๆ” การหัดสงสัย และคุยกับตัวเอง รู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดของตัวคุณเอง การได้เรียนรู้ศักยภาพของตัวคุณผ่านงานอดิเรกนี่แหละ จะเป็นประตูสู่การพบพรหมแดนใหม่ๆ ของชีวิตคุณ ที่คุณเองอาจไม่เคยรู้และสังเกตมาก่อน ว่าคุณมีความสามารถ มีทักษะพิเศษ หรือมีความเชี่ยวชาญจากงานอดิเรกก็เป็นได้
.

การที่คุณได้ลองออกไปวิ่ง คุณก็จะค้นพบว่าร่างกายคุณแข็งแรงแค่ไหน? การวิ่งไปในที่ต่างๆคุณก็จะพบเส้นทางใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ อากาศบริสุทธิ์อาจช่วยให้คุณรู้สึกพิเศษ ไอ้ความรู้สึกพิเศษนี่แหละมันโคตรสำคัญ มันจะบอกเราว่าทำไมเราถึงมีความสุข? ทำไมเราเหนื่อยแต่ก็ยังมีความสุข? คำตอบที่ได้จากนักวิ่งแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันเลยบ้างก็อาจจะสุขเพราะได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ บ้างอาจจะมีความสุขที่ได้มีสมาธิกับตัวเอง บ้างก็อาจมีความสุขที่ได้เหนื่อยแล้วนอนหลับสนิท และบ้างก็จะมีความสุขที่ได้แต่งตัวในรูปแบบที่ปกติไม่เคยทำ แล้วรู้สึกว่าตัวเองในชุดนักวิ่งนี้ดูเป็นตัวเองมากกว่าตอนอยู่ในชุดทำงานเสียอีก
.

ถึงจุดนี้แล้วหลายคนคงแอบอมยิ้ม นึกถึงสิ่งที่ตัวเอง นึกอยากจะมีงานอดิเรกกันอย่างจริงจังบ้าง สำหรับผมแล้วงานอดิเรกนี่แหละจะเป็นการค้นพบทักษะพิเศษที่แต่ละคนแตกต่างกันได้อย่างดี เราไม่รู้หรอกว่าเรามีความสามารถลึกๆ เรื่องอะไรแค่ไหน การได้ลงมือทำอะไรจริงๆ ซักอย่าง ยิ่งเป็นสิ่งที่นอกกรอบจากงานประจำ มันก็จะพาเราไปค้นพบสิ่งต่างๆ ท้ายสุดคือการค้นพบศักยภาพและความสามารถพิเศษที่เรามองข้ามมันไป .
.

คนที่มีโอกาสได้มีงานอดิเรกที่หลากหลายก็จะยิ่งมีโอกาสที่จะได้ตรวจสอบตัวเองในหลายแง่มุม แค่ได้ค้นพบว่าเราไม่เก่งอะไร เราไม่ชอบอะไร ก็อาจจะดีเอามากๆ ด้วยซ้ำไปที่เราจะไม่ไปเสียเวลากับมัน อาจจะดีมากกว่าได้รู้ว่าเราเก่งอะไรและชอบอะไร การได้ลองทำงานอดิเรกก็เป็นการซ้อม เป็นการฝึกฝนทักษะพิเศษต่างๆ ที่เราอาจจะได้มาจากพรสวรรค์ส่วนลึกๆ หรือได้ไอเดียดีๆ ที่กลั่นออกมาในขณะทำงานอดิเรกตอนนั้น
.

มันไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเริ่มเห็นคนรุ่นใหม่ได้ค้นพบอะไรจากสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นงานที่ทำฆ่าเวลา หรือสิ่งที่ทำคั่นเวลา จนกลายเป็นงานอดิเรกเล็กๆ ในชีวิตเขา แล้วมันก็แปรเปลี่ยนมาเป็นงานหลักประจำอันใหม่ที่เขารัก เขาชอบ ซึ่งมันเป็นเป็นสิ่งที่โชคดีเอามากๆ หากงานประจำที่ทุกคนทำเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขในทุกๆ วัน เสมือนการทำงานอดิเรก และการที่เราเข้าใจมัน รักมัน สนุกกับมันเหมือนกับงานอดิเรก เราก็จะรู้จักพัฒนา รู้วิธีแก้ปัญหา รู้วิธีการที่จะใช้เวลากับกิจกรรมนั้นๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ทำให้เกิดรายได้มากขึ้นทุกวันในท้ายที่สุด
.

ในช่วงเวลาที่คุณสับสนในชีวิต หรือปวดหัวกับอนาคตของงานประจำ หากคุณมีเวลาที่จะลงรายละเอียดอีกสักนิดต่อการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ “งานอดิเรกที่ทำในเวลาว่าง” ก็อาจจะเป็นตัวไขปัญหา ที่คุณมีอยู่ในเวลานี้ได้ดีกว่าการไปปรึกษาปัญหาชีวิตกับใครที่ไม่ได้รู้จักตัวคุณดี เท่ากับตัวคุณเองด้วยซ้ำไป

ที่สุดแล้ว คุณจะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ในเวลาว่าง แค่คุณ “หัดจัดการเวลา” การที่คุณได้มี “เวลาว่าง” และใช้มันคุ้มค่ามากกว่าคนอื่น แค่นี้ก็เป็นทักษะที่ดีเยี่ยมแล้วในการพัฒนาตนเอง ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จที่ผมชื่นชอบ ดูเหมือนแสนจะยุ่งแต่ก็ยังมีเวลาว่างเหลือจะทำสิ่งต่างๆ ที่เขาสนใจได้อีก
.

ในบทความต่อไป ทักษะในการจัดการเวลา จะเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจให้คุณได้ลองย้อนคิดทบทวนว่า คุณพลาดอะไรไปหรือเปล่า? ในเวลาที่ผ่านมาที่ทุกคนมี เพราะเวลาเป็นเงื่อนไขของทุกๆ สิ่ง และเวลานี่แหละ เป็นปริศนาของทุกอย่าง

เราอาจต้องตั้งคำถาม เรื่อง “การจัดการเวลา” ให้เป็นทักษะหนึ่งที่ควรพัฒนาตนเองเสียที แล้วเจอกันในบทความหน้าครับ …

 

Reviews

Comment as: