นักปลูกผักออร์แกนิค (Organic Farmer)

By : Pattarakorn Vorathanuch


ด้วยกระแสเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป คนยุคใหม่หันมานิยมและรักที่จะดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการรับประทานอาหารก็ถือเป็นหนึ่งปัจจัยหลักเพื่อการมีสุขภาพที่ดี อาหารคลีน และอาหารปลอดสารพิษจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคนที่รักและใส่ใจสุขภาพ

“ผักออร์แกนิค” คือกระบวนการปลูกผักโดยปราศจากการใช้สารเคมี ซึ่งปัจจุบันเทรนด์การปลูกผักออร์แกนิคกลายเป็นที่ยอมรับ และเป็นส่วนหนึ่งในการเลือกประกอบอาชีพเป็น นักปลูกผักออร์แกนิค ซึ่งแม้ว่าวิถีการใช้ชีวิตของคนในเมืองอาจเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการปลูกผักปลอดสารพิษ หรือการปลูกผักออร์แกนิคนั้น จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ หรือยุ่งยากเกินไป

เชื่อหรือไม่ว่า รายได้ของนักปลูกผักออร์แกนิค เริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่น ถึงหลักล้าน ถ้าพิจารณาจากข้อมูลก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผลลัพธ์ที่จะสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำนั้น อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำได้

สภาพที่อยู่อาศัยปัจจุบันไม่ใช่เรื่องสำคัญ คอนโด ตึกแถว หรือแมนชั่น ที่มีพื้นที่จำกัด ก็สามารถปลูกผักได้ ด้วยวิธีการและแนวคิดใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับข้อจำกัด เช่น การทำสวนผักบนดาดฟ้า การทำสวนแนวตั้ง หรือการปลูกผักในกระบอกไม้ไผ่

ธุรกิจเกี่ยวกับผักออร์แกนิคบนโลกออนไลน์ ขณะนี้ก็เกิดทยอยขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผักออร์แกนิคเดลิเวอรี่ หรือสลัดผักออร์แกนิคเดลิเวอรี่ หรือตลาดผักปลอดสารพิษตามคอมมูนิตี้มอลล์ ที่สร้างอาชีพสร้างผลกำไรต่อเดือนได้อย่างน่าทึ่ง

อยากจะเป็นนักปลูกผักออร์แกนิค เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ควรมีพื้นฐานที่สำคัญก่อน

กลวิธีเรียนรู้กับ 5 อย่างที่สำคัญกับการปลูกผักออร์แกนิกนั้นประกอบด้วย
- ต้องมีดินที่ดี เพราะดินที่ดีจะช่วยทำให้ผลผลิตดีตามไปด้วย
- ต้องมีเมล็ดพันธุ์ที่ดี เมล็ดพันธุ์ในที่นี้ อาจหมายถึงเมล็ดหรือต้นกล้า ที่ต้องเลือกให้ดี ให้มีความแข็งแรง ไม่หมดอายุ
- ต้องเรียนรู้เรื่องของการดูแลที่ดี เพื่อให้ผักเจริญเติบโต ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก ควรให้ความสำคัญ ทั้งเรื่องของแสงแดดและการให้น้ำ ตลอดทั้งการเลือกใช้วิธีธรรมชาติ เช่น การปล่อยให้กบ คางคก จิ้งจก มาช่วยจับแมลง
- ต้องรู้จักวิธีเก็บเกี่ยว และควรหมั่นตรวจสอบระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผักแต่ละชนิดให้ดี อย่าปล่อยให้ร่วงคาต้น และควรเก็บเป็นช่วงเวลา เช่น โหระพาให้เก็บช่วงบ่าย เพราะช่วงนั้นใบจะสดน่ากิน เป็นต้น
- ต้องรู้จักวิธีการฟื้นฟูสภาพดินเพื่อปลูกพืชครั้งต่อไป เมื่อหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว หรือต้นไม้หมดอายุแห้งเหี่ยว ได้แก่ การถอนต้นพืชออกให้หมด ฝังกลบ แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมดินกันอีกครั้ง

ขอทิ้งท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผักออร์แกนิคกับผักไฮโดรโปนิกส์ นั้นแตกต่างกันอย่างไร

ผักไฮโดรโปนิกส์ คือ การปลูกโดยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลัก และใช้สารอาหารสำหรับพืชที่สร้างขึ้นมาด้วยสารสกัดทางเคมี ซึ่งดูสะอาด และให้ผลผลิตที่น่ารับประทานมาก ตลอดทั้งราคาก็ไม่สูงเกินไป สารสกัดทางเคมีที่ใช้การปลูก ก็คือ ปุ๋ยเคมี ดังนั้น ผักไฮโดรโปนิกส์ จึงมีวิธีการปลูกที่ง่ายและสะดวก เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในแมนชั่นหรือคอนโด ซึ่งไม่มีที่ดินเป็นของตนเองก็สามารถปลูกได้

ส่วนผักออร์แกนิค คือ ผลผลิตที่ได้มาจากการเจริญเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด ดินที่ใช้เพาะปลูกต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี ผักก็จะปลูกบนดินที่ปลอดสารเคมี และใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกจากธรรมชาติ เป็นการสร้างอาหารแบบธรรมชาติล้วนๆ 100% ผักออร์แกนิคจึงมีราคาสูงกว่าผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ก็มีรสชาติที่อร่อยกว่าและสดกว่า ส่วนวิธีการทดสอบว่า ผักใดเป็นผักออร์แกนิค 100% นั้น ให้ทดสอบด้วยการลองตัดรากของผัก แล้วนำไปใส่ไว้ในตู้เย็น หากเป็นผักออร์แกนิคแท้จะอยู่ได้เป็นอาทิตย์ ไม่เหี่ยว แตกต่างจากผักไฮโดรโปนิกส์ซึ่งจะอยู่ได้เพียง 2 วันเท่านั้น

 

Reviews

Comment as: