Executive Function กระบวนทัศน์ใหม่ด้านทักษะการคิด (ตอนจบ)

By : Jakkrit Siririn


สมองส่วนท้าย ประกอบด้วย

Pons อยู่ด้านหน้าของ Cerebrum ติดกับสมองส่วนกลาง ทำหน้าที่ควบคุมการเคี้ยวอาหาร การหลั่งน้ำลาย การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า การหายใจ การฟัง

Medulla เป็นสมองส่วนท้ายสุดต่อกับไขสันหลัง เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง เป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงานเหนืออำนาจจิตใจ เช่น ไอ จาม สะอึก หายใจ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น

และ Cerebellum อยู่ใต้ Cerebrum ทำหน้าที่ควบคุมระบบกล้ามเนื้อให้สัมพันธ์กันและควบคุมการทรงตัวของร่างกาย

เมื่อเราได้ทราบถึงส่วนประกอบต่างๆ ของสมอง โดยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เรากำลังพูดถึงในสัปดาห์นี้คือ Executive Function ที่เป็นกระบวนการสร้างเสริมศักยภาพสมองส่วนหน้าไปแล้ว

อันดับต่อไปเราจะมีพูดถึงตัวแปรทั้ง 9 ที่เกี่ยวข้องกับ Executive Function จึงถือเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ด้านทักษะการคิดกัน นั่นก็คือองค์ประกอบทั้ง 9 ประการของ Executive Functions ซึ่งประกอบไปด้วย

1. Working memory หรือความจำที่นำมาใช้งาน หมายถึง ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล การประมวล และดูดดึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ดังกล่าว ออกมาใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องการ

2. Inhibitory control หรือการยับยั้งชั่งใจ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมแรงปรารถนาของมนุษย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะควรได้ในเวลาที่สมควร

3. Shift และ Cognitive flexibility หรือความยืดหยุ่นในการคิด หมายถึง ความสามารถในการยืดหยุ่นความคิด เปลี่ยนจุดสนใจ เปลี่ยนโฟกัส หรือเปลี่ยนทิศทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

4. Focus และ Attention หรือความใจจดใจจ่อ หมายถึง ความสามารถในการเอาใจใส่ และจดจ่อ รวมถึงการมุ่งความสนใจอยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวกไปตามปัจจัยที่เข้ามารบกวน ทั้งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก

5. Emotional control หรือการควบคุมอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถจัดการกับความเครียด อาการหงุดหงิด และการแสดงออกต่อผู้อื่น

6. Planning และ Organizing คือการวางแผนและการจัดระบบ หมายถึง การวางแผนและวางระบบการดำเนินงานต่างๆ เริ่มตั้งแต่วิสัยทัศน์ การกำหนดเป้าหมาย การวาดภาพรวม การจัดลำดับความสำคัญ การจัดระบบโครงสร้าง ไปจนกระทั่งถึง การดำเนินการ หรือการแยกเป้าหมายข้างต้นออกเป็นขั้นตอน และเป็นกระบวนการ ที่สำคัญก็คือต้องมีระบบการประเมินผลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นธรรม

7. Self-monitoring หรือ การเพ่งพินิจตนเอง หมายถึง การตรวจสอบตนเอง การรู้จักตนเอง รวมถึงการตรวจสอบผลลัพธ์ทั้งผลลัพธ์จากกระบวนการทำงาน และผลลัพธ์จากการทำงาน เพื่อค้นหาจุดบกพร่อง อีกทั้งต้องมีการประเมินว่าการทำงานดังกล่าวได้บรรลุเป้าหมายหรือไม่-อย่างไร-ในเวลาที่กำหนด รวมถึงความสามารถในกำกับ ควบคุม ดูแล และติดตามปฏิกิริยาของตนเอง ปิดท้ายด้วยการพิจารณาผลกระทบทางพฤติกรรมของตนเองที่จะไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่น

8. Initiating หรือความริเริ่ม หมายถึง ความสามารถในการสร้างสรรค์ความคิดริเริ่มใหม่ๆ ผนวกด้วยการลงมือประกอบกิจการงานตามให้ตรงตามที่ได้คิดเอาไว้ข้างต้น ความริเริ่มยังหมายถึงทักษะในการริเริ่ม ทักษะในทางสร้างสรรค์ หรือทักษะในการวางแนวทางในการทำสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะการที่เมื่อได้คิดแล้ว จะต้องสามารรถลงมือกระทำ ให้ความคิดนั้นๆ ปรากฏขึ้นเป็นจริง

และ 9. Goal-directed persistence คือความมุมานะ บากบั่น เพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย หมายถึง ความวิริยะ อุตสาหะ พากเพียร พยายาม ในการมุ่งไปสู่เป้าหมาย ที่เมื่อได้ตั้งใจ และเริ่มลงมือกระทำสิ่งใดแล้ว ก็จะต้องมีความมุ่งมั่น อดทน เพื่อเดินไปไปให้บรรลุถึงเป้าหมายปลายทาง ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ก็พร้อมจะฝ่าฟันภยันตราย และผองภัยนานัปการ จนกระทั่งประสบผลสำเร็จได้ในท้ายที่สุดนั่นเองครับ

 

Reviews

Comment as: