Creativity 4.0

By : Jakkrit Siririn


เมื่อตอนที่แล้ว เราได้รู้จักกับ “เจนจิรา บุญจริง” เจ้าของซอฟต์แวร์ปรับภาพเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบรอยลายนิ้วมือแฝง หรือ Latent Fingerprint Enhancement System

“เจนจิรา บุญจริง” เป็นบุตรสาวคนเล็กของ “คุณพ่อ Siri” หรือ “รองศาสตราจารย์ ดร.วีระ บุญจริง” เจ้าของสิทธิบัตรหมายเลข US 7177798 B2 ทรัพย์สินทางปัญญาหัวข้อ Natural language interface ที่เป็นกลไกสำคัญเบื้องหลัง Siri ซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือ iPhone

นอกจาก “เจนจิรา บุญจริง” แล้ว เมื่อตอนก่อน เราได้รู้จักกับ Fiona O’Leary เจ้าของเทคโนโลยีการสแกนภาพด้วย “กระบอกสแกน” ที่มีชื่อว่า Spector

โดยเจ้า Spector ได้รับการติดตั้งกล้องขนาดเล็กสำหรับดักจับ Font หรือ “แบบตัวอักษร” และ Color หรือ “สี” ที่เราต้องการ จากหนังสือหรือวัสดุสิ่งของต่างๆ
เมื่อจับ “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ได้แล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อ “กระบอกสแกน” กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เพื่อแปลง “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ดั้งเดิมในโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ให้เปลี่ยนเป็น “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ตามที่เราต้องการ ซึ่งได้มาจากการสแกนด้วย Spector

นอกจาก Fiona O’Leary จะจบปริญญาโทด้านการออกแบบแล้ว ปัจจุบันเธอยังเป็นนักวิจัยและเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่ที่ประเทศอังกฤษ

คู่กันกับ Spector อีกหนึ่งผลงานอันน่าทึ่งของ Fiona O’Leary ก็คือ MIMO

MIMO คือ Mouse Cursor 4 Channel หรืออุปกรณ์สำหรับการ Copy and Paste ได้ 4 ครั้งในเวลาเดียวกัน เพราะรูปร่างหน้าตาของเจ้า MIMO นี้จะมีปุ่ม 4 ปุ่มสำหรับใช้ Copy and Paste จำนวน 4 Objects ในคลิกเดียว เช่น หากเราต้องการส่งอี-เมล MIMO จะช่วยเรา Copy ตัว e-Mail Address, หัวเรื่องจดหมาย, เนื้อความในจดหมาย และรูปถ่ายที่ต้องการส่ง e-Mail ได้ในการคลิก Copy and Paste เพียงหนึ่งครั้ง

โดยทั้ง MIMO และ Spector ชี้ให้เห็นว่า เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของ Creativity 4.0

จากผลงานทั้งสองชิ้น Fiona O’Leary ได้บอกกับเราว่า Creativity 4.0 เป็นยุคที่ใครๆ ก็สามารถเป็น Creative เองได้ ซึ่งต่างจาก Creativity 3.0 ที่คนทั่วไปแม้จะคิดแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้ด้วยตนเองแบบ 100%

ยิ่งหากมองย้อนกลับไปที่ Creativity 2.0 ก็ยิ่งเป็นยุคที่ Creative ครอบงำโลกทั้งใบ ยังไม่ต้องพูดถึง Creativity 1.0 ซึ่งเป็นยุคที่เรียกว่ายังไม่มี Creativity เกิดขึ้นในโลกนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
Creativity 4.0 จึงเป็นเหมือนหลักไมล์สำคัญของนักสร้างสรรค์

1.0 คือยุคที่ยังไม่มี Creativity เพราะสินค้าหรือบริการในยุคนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแบบตรงไปตรงมา การโฆษณาประชาสัมพันธ์เน้นสรรพคุณของสินค้าและบริการ
ส่วน 2.0 คือยุคที่โลกมีอาชีพ Creative เป็นยุคที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ ในแง่ดีคือได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ที่พรั่งพรูออกมาจาก Agencies โฆษณา ข้อเสียคือการก้าวข้ามเส้นของการโฆษณาชวนเชื่อ

3.0 คือยุคที่ลูกค้ามีส่วนร่วมกับเจ้าของสินค้าและบริการมากขึ้น ควบคู่ไปกับยุคอินเตอร์เน็ต แต่ยังเป็นการทำงานร่วมกันทั้งทางตรงและทางอ้อม
ส่วน 4.0 เป็นยุคที่ใครๆ ก็สามารถเป็น Creative เองได้ แม้ว่าจะไม่มีสินค้าหรือบริการเป็นโจทย์ก็ตาม เราจึงพบเห็น Creativity ได้ทั่วไป

เหมือนกับที่ Fiona O’Leary ได้ Startup เอาไว้นั่นเอง

 

Reviews

Comment as: