Learning From BNK48 #5

By : Pantavit Lawaroungchok


และแล้วก็เดินทางมาถึงบทความที่ 5 ตอนสุดท้ายในซีรีส์ Learning From BNK48 ในช่วงขณะที่เขียนอยู่นี้ มีข่าวใหญ่ที่น่าสนใจในเรื่องของการเข้าซื้อ – ขายหุ้นของ บริษัท โรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัด BNK48 ในประเทศไทย โดยบริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) (Plan B) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out of Home Media) ในอัตราส่วน 20.7 (ข้อมูลปีพ.ศ. 2560 จาก www.hooncenter.com) Plan B ใช้เงินทั้งสิ้น 182.25 ล้านบาท ในการเข้าซื้อหุ้น 35% ของ BNK48…
.
นั่นหมายความว่าที่ผ่านมา BNK48 มีมูลค่าธุรกิจรวมประมาณ 520.71 ล้านบาท (ข้อมูลจาก เพจลงทุนแมน) และกำลังจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางกระจายคอนเทนท์อีกนับไม่ถ้วน… เรื่องราวทั้งหมดนี้ใช้เวลาเดินทางสร้างมูลค่าเพียงแค่ 2 ปี… ตอกย้ำการเป็นโมเดลธุรกิจและการตลาดที่ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในสังคมและวงการบันเทิงไทยได้อย่างน่าสนใจตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้า… และเมื่อทำมูลค่าสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาลขนาดนี้ สวนกระแสทางธุรกิจบันเทิงในประเทศไทยที่ต่างซบเซา บ้างก็ทยอยปิดตัวปรับเปลี่ยนธุรกิจออกไปเพราะโดนพิษ Technology Disruption อันแสนรุนแรง… ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามกับคำว่า “Main stream” ยังมีอยู่จริงหรือไม่?…
.
ส่งผลให้ “ธุรกิจ BNK48” นั้นเป็นที่น่าจับตาในแวดวงการธุรกิจและการลงทุน… จากบทความที่พูดถึงทั้ง 4 ตอน จะเห็นได้ว่าโมเดล BNK48 นี้ทำภารกิจ “Niche is the new mass” ประสบผลสำเร็จ แตกกิ่งก้าน เจาะฐานแฟนคลับได้มากมายหลายกลุ่ม… เมื่อหลายๆ กลุ่มย่อย หลายๆ แวดวง มารวมตัวกันก็กลายเป็น The new mass ใหม่ที่ใหญ่โตและมหาศาลจนสามารถสร้างมูลค่าตัวเองได้เป็น “ปรากฏการณ์แห่งวงการบันเทิงไทย” ได้ถึงขนาดนี้… หรือนี่จะเป็นความหมายใหม่ของคำว่า “Main stream” ในยุคปัจจุบัน
.
สิ่งที่น่าสนใจของพฤติกรรมผู้บริโภคสื่อโดยเฉพาะ Social Media ที่มีการกระจายตัวอย่างรวดเร็ว แผ่วงกว้างออกไปอย่างมีนัยสำคัญต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญของการที่ทำให้น้องๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งๆ ที่หลายๆ กลุ่มคนส่วนมากอาจจะไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ… พ่อ แม่ อาจจะรู้จัก BNK48 จากลูกที่คลั่งไคล้หลงใหลจนผิดสังเกต… น้องๆ ผู้หญิงบางคนสนใจในตัวไอดอลเพราะแฟนหนุ่มที่เป็นโอตะ… ในตอนแรกตัวเราเองก็อาจจะไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะมองเห็นแค่ว่ามันน่าจะเป็นแค่กลุ่มศิลปินแนวญี่ปุ่นสำหรับเฉพาะกลุ่มโอตาคุเท่านั้น แต่เพื่อนๆ รอบๆ ตัวเราต่างถูกล้อมตีวงตกเป็นเหยื่อกลายเป็นโอตะ กระชับวงใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ… การกดไลค์ กดแชร์ หรือสนใจหาข้อมูล กระทั่งพูดถึงหรือฟังเพลงของ BNK48 ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ทำให้ Algorithm ของ Social media ต่างๆ เลือกเนื้อหาของไอดอลให้เข้ามาโผล่ที่หน้า Feed ของเรา จากสิ่งที่คนใกล้ตัวเราสนใจ… ย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงว่า ที่จริงแล้ว Algorithm ของ Social network อย่างเช่น Facebook, Instagram หรือ YouTube นั้นก็จะพยายามเลือกเนื้อหาที่เข้ามาอยู่ในหน้า Feed ของเราตามพฤติกรรมที่เราสนใจเนื้อหาอะไรสักอย่าง… พูดง่ายๆมันจะเลือกเนื้อหารวบรวมมาจากสิ่งที่เราชอบ… มันจะสร้างโลกทั้งใบของเราขึ้นมา โลกที่มีแต่คนที่เราชอบ โลกที่มีแต่สิ่งที่เราเลือก… โลกที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอำนาจ มีสิทธิ์ที่จะเลือกทุกอย่างได้เอง!!!… แล้วทำไม? เนื้อหาของวงนี้มันโผล่เข้ามาให้เรารู้จักได้ ทั้งๆที่เราไม่ได้สนใจและไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายเลย… เอาเป็นว่า ต่อให้คุณไม่สน คุณก็ต้องเห็น!!!!… การทำงานทางด้านการประชาสัมพันธ์ของ “BNK48 โมเดล” บนโซเชียล ทำให้เราเห็นช่องว่างอะไรบางอย่างในระบบ Algorithm… ระบบได้ถูก hack สำเร็จ!!!!!!!… จากสิ่งที่เราไม่ชอบ บางครั้งเราก็ไม่อาจจะเลือกได้!!!!…
ด้วยความหลากหลายในเนื้อหาของ BNK48 ทำให้ข้อมูลถูกกระจายไปในหลายแวดวง และถูกส่งต่อโดยผู้คนที่มีความหลากหลายทั้งช่วงวัย อายุ เพศ อาชีพ ความสนใจ ทำให้การตกเหยื่อก็อาจจะไปอยู่กับคนรอบๆ ตัวของเรา… “Niche is the new mass” นั้นทำให้ “คนใกล้ตัวของเรา” นั้นกลายเป็นสื่อกลาง, เป็นสะพานที่นำเนื้อหาที่เราอาจจะไม่ชอบและไม่ได้เป็นผู้เลือกเข้าสู่ห้วงการรับรู้บน Feed หลักของเรา…
.
มันเป็น “การขืนใจในการรับรู้ข้อมูล“ ของระบบโซเชียล… ในขณะที่สื่อรูปแบบเก่าอย่างเช่น ทีวี เวลาเราเจอรายการที่ไม่ชอบเราก็เปลี่ยนช่องได้ หรือเวลาเราอ่านหนังสือพิมพ์ ถ้าเราไม่สนใจเราก็เลื่อนสายตาผ่านไปหรือเปลี่ยนหน้าได้… แต่บนโลกออนไลน์ เราไม่สามารถ Unfriend เพื่อนและคนสำคัญของเราได้!!!!… ข้อมูลก็จะถูกส่งเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้เราเลื่อนผ่านไป… เราก็เจอมันอีกซ้ำๆอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคุณอาจจะตกเป็นเหยื่อไปแล้วด้วยตัวเองก็เป็นได้!!!!!!
.
ที่ผ่านมารูปแบบของกิจกรรม “การจับมือ” ถือเป็นกิจกรรมหลักควบคู่กับการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ทั้ง 3 ครั้งก็สร้างสีสันและเป็นเอกลักษณ์ให้กับวงนี้มาโดยตลอด มีผู้เข้าร่วมในแต่ละครั้งหลายหมื่นคน มีการจับมือไปกว่า 1.7 แสนครั้ง!! แม้ว่าแต่ละคนจะได้สิทธิ์จับมือไม่เกิน 8 วินาทีต่อครั้งเท่านั้น!!
.
แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ยังมีกิจกรรรมใหม่ล่าสุด คือ การเปิดอัลบั้มเต็มชื่อว่า RIVER ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 15-16 กันยายน 2561 ณ BITEC Bangna Hall 106 โดยมีกิจกรรมพิเศษที่ต่างจากครั้งก่อนๆ คือ การถ่ายรูปคู่กับสมาชิก BNK48 แบบ 2-Shot ที่ทางทีมงานจะถ่ายรูปคู่แฟนคลับและสมาชิกวง ด้วยกล้องโทรศัพท์ของแฟนคลับเอง (Selfie) โดยกิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นหลังจากการวางขาย Photo Set ชุดแรกของวง โดยสนนราคาเซ็ตละ 1,000 บาท ที่มาพร้อมกับ DVD มิวสิควีดีโอ, รูปและบัตรสำหรับเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายรูป 2-Shot…
.
กติกาในการถ่ายรูป คือ ในเซ็ตจะได้รับ Serial Code จำนวน 1 ใบ เพื่อนำไปกรอกในระบบและสามารถเลือกสมาชิกที่ต้องการถ่ายรูปด้วยได้ 16 อันดับเรียงจากความชอบจากมากไปหาน้อย จากนั้น ระบบจะทำการสุ่มสมาชิกที่สามารถถ่ายรูปด้วยออกมาให้ทราบเป็นรอบๆ ซึ่งในแต่ละรอบ จะมีการแจ้งให้ทราบว่ามีสมาชิกใดที่ยังว่างและสามารถสุ่มได้บ้าง และในวันจริงต้องนำบัตรที่มี Serial Code ใบจริงไปทำการ scan กับเจ้าหน้าที่ในแต่ละแถวเพื่อยืนยันสิทธิ์ โดยลักษณะการถ่ายรูป ทั้งสมาชิกและผู้เข้าร่วมงาน ท่าโพสต์จะมีเพียงปลายนิ้วที่สามารถสัมผัสกันได้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการสัมผัสส่วนอื่น เช่น มือ หรือ แขน และต้องนั่งติดกับเก้าอี้เท่านั้น ไม่สามารถยืนได้ ไม่อนุญาตให้ถ่ายแก้ไขสำหรับกรณีอื่นๆทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีที่เมื่อถ่ายออกมาแล้วสมาชิก BNK48 มีการหลับตาเท่านั้น
.
ซึ่งนอกจากจะง่ายในการจัดการแล้ว กิจกรรม 2 – Shot คราวนี้จะถือว่าเป็นปรากฏการณ์ตกเหยื่อครั้งใหญ่ ที่ผู้คนนับหมื่นจะเป็นตัวกระจายเนื้อหาที่จะมีการส่งต่อกันอย่างมหาศาลในโลกโซเชียล!!!!
.
พฤติกรรมในการบริโภคสื่อได้เปลี่ยนไปแล้ว… การสื่อสารในสิ่งที่เราเป็นหรือชอบนั้นจะทำหน้าที่ได้แค่วงแคบๆ เท่านั้น ในขณะที่การสื่อสารในหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย จะทำปฏิกิริยาที่ขยายวงกว้างแตกต่างกัน… ปรากฏการณ์ของโมเดล BNK48 ในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปหลายเรื่องมาก… และเป็นกรณีศึกษาที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ การตลาด สังคม และวัฒนธรรม… บางอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีทางย้อนกลับ… บางสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น…ศิลปินเบอร์หนึ่งของประเทศไทยที่จะเป็นขวัญใจคนทุกเพศทุกวัยก็คงจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ง่ายๆอีก!!…
.
งานกิจกรรมที่ไม่น่าจะจัดเป็นงานอีเวนท์ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างงานจับมือไอดอลคนละ 8 วิก็เกิดขึ้นได้!!!… ไหนจะ CD ที่ได้ตายไปแล้วในยุค Streaming อย่างตอนนี้ก็กลับมาขายได้ จับคู่กับการแจกบัตรจับมือ เปลี่ยนหน้าที่จากที่เอาไว้ฟังมาเป็น Souvenir สร้างรายได้มหาศาล… สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งปีที่เขียนบทความทั้ง 4 ตอนกับการเดินทางตามความเป็นไปของน้องๆ BNK48 คือ การเปิดใจให้กว้าง!!! เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่ยึดติดอยู่กับความเชื่อหรือความสำเร็จเดิมๆ …อย่าตัดสินอะไรจากการที่เราเคยอ่านหรือเคยทำ… ศึกษาหาข้อมูลพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในยุคที่มีมือถือรุ่นใหม่ออกทุกๆ 30 ชั่วโมง… เราอย่าช้ากว่าใคร เผลอแป๊บเดียวเราอาจจะตกยุคและล้าสมัยโดยที่ไม่รู้ตัว!!!…
.
ปลา ”ตาย” ไหลลอย “ตามน้ำ”… ในขณะที่ปลา “เป็น” เท่านั้นแหละที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอดและไหล “ทวนน้ำ”
Credit Picture
Art direction : Apostrophy’s Group Co.,Ltd.
Artist : Mr.Ittipong Leewuthikul

 

Reviews

Comment as: