จิตใต้สำนึกที่ปรับตัวพร้อม Adaptive Unconsciousness (ต่อ)

By : Anusorn Tipayanon


กระบวนการที่หลายสิ่งส่งผลต่อจิตใต้สำนึกและการกระทำหลายอย่างของเราจนทำให้เราแสดงออกมาอย่างไม่รู้สึกตัวหรือ Blink ถูกนำเสนอให้เห็นผ่านทางการทดลองของนักจิตวิทยานาม จอห์น บารจ์- John Bargh เขาทดลองเรื่องนี้ด้วยการลองเขียนถ้อยความจำนวนมากที่แอบแฝงสารทางภาษาบางอย่างไว้และให้ผู้ทดสอบทำการสร้างประโยคผ่านถ้อยคำเหล่านั้น สิ่งที่เขาพบน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง

ยกตัวอย่างเช่นข้อความทั้งสิบข้อความเหล่านี้ (ข้อความเหล่านี้ถูกแปลงเป็นภาษาไทยโดยผมให้เข้าใจง่ายขึ้น)

1.  เขามีความกังวลในตัวเธอเสมอ
2. อุณหภูมิแถวบางแคร้อนกว่าที่อื่นในกทม
3. มีการโยนลูกบอลอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
4. รองเท้าคู่เก่าแก่ถูกเปลี่ยน
5.เขาจ้องมองนาฬิกาคนอื่นเป็นระยะ
6.จงอดทนกับความเดียวดายอย่างเข้มแข็ง
7. ท้องฟ้าเป็นสีเทาในวันนี้
8.เราควรรื้อฟื้นความทรงจำเป็นระยะ
9.มีคนชวนเรานั่งสวดมนต์
10แสงแดดทำให้ผลลูกเกดเหี่ยวย่น

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่าก่อนเริ่มทำการทดสอบ ผู้เข้าร่วมการทดสอบจะเดินเข้าห้องทดสอบด้วยความกระฉับกระเฉงหรือจะเดินเข้าห้องสอบด้วยท่าทีปกติก็ตาม หลังการทดสอบคนเหล่านั้นจะออกจากห้องทดสอบด้วยอากัปอาการที่ช้าลงกว่าปกติ สาเหตุเป็นเพราะหลายคำในข้อความข้างบนแฝงเช่น “กังวล” “บางแค” “ระโหยโรยแรง” “เก่าแก่” “จ้องมอง” “เดียวดาย” “สีเทา” “ความทรงจำ” “สวดมนต์” “เหี่ยวย่น”

ข้อความเหล่านี้ไม่ได้มีขึ้นอย่างสะเปะสะปะหากแต่มันกำลังป้อนข้อมูลเรื่องความชราภาพหรือความแก่ชราใส่ผู้ทดสอบ มันเข้าเล่นงานจิตใต้สำนึกที่รอการปรับตัวหรือ Adaptive Unconsciousnessของผู้ทดสอบ และเมื่อผู้ทดสอบลุกจากโต๊ะ พวกเขาได้ตกอยู่ภายใต้ความคิดคำนึงว่าด้วยความชราไปเสียแล้ว

จอห์น บารจ์ ได้ทำการทดลองในเรื่องทำนองนี้รอบแล้วรอบเล่า เขาลองเปลี่ยนถ้อยความสำคัญที่นำไปสู่ความสุข ความโกรธ ความสงบ ผลลัพธ์ที่ได้น่าสนใจ ผู้ทดสอบที่ได้รับการใส่ข้อความว่าความสุขกลับออกจากห้องทดสอบ ซื้อหาอาหารไปทำทานเองอย่างเพลิดเพลิน ผู้ทดสอบที่ได้รับการใส่ข้อความว่าความโกรธมีแนวโน้มจะตรงไปชมการถ่ายทอดสดกีฬาในที่ที่ตนเองคุ้นเคย ทว่าแทบทุกผู้ทดสอบแม้จะยอมรับว่ามีหลายถ้อยคำที่พวกเขารู้สึกได้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ไม่มีใครเลยที่รู้สึกตัวว่าถ้อยคำเหล่านั้นมีผลต่อร่างกายและการตอบโต้ทางร่างกายของพวกเขา

การทดลองที่ว่านี้ทำลายความเชื่อเดิมๆว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระหรือ Free Will ตามที่พวกเขาคิด หากกลับเป็นว่ามนุษย์แต่ละคนนั้นล้วนแฝงชุดความคิดที่แม้แต่ตัวของเขาเองก็ไม่ได้สำนึกรู้ กระบวนการนี้เรียกว่าความคิดขับเคลื่อนหรือ Ideomotor และมันส่งผลซึ่งกันและกันด้วย

มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเยอรมันทำการทดลองย้อนกระบวนการของ จอห์น บารจ์ พวกเขาขอให้ผู้ทำการทดสอบทำการเดินรอบห้องให้ช้าลงหนึ่งในสามของการเดินปกติหรือราวสามสิบก้าวต่อนาทีก่อนการเข้ารับทดสอบ ผลลัพธ์ที่ได้คือบรรดาผู้ทดสอบมองเห็นถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับความชราก่อนถ้อยคำอื่นเมื่อนั่งลงทำแบบทดสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้อยคำส่งผลต่อร่างกายและร่างกายส่งผลต่อถ้อยคำด้วยเช่นกัน

กระบวนการความคิดขับเคลื่อนหรือ Ideomotor นี้ยังรวมไปถึงการส่งผ่านอารมณ์จากคนอื่นด้วย ในที่ที่ทุกคนหัวเราะออกมาย่อมทำให้เราหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้สึกตัวด้วย มันถูกส่งออกเป็นเครือข่าย วงกว้างและปราศจากการตระหนักรู้ เราทุกคนมีแนวโน้มจะตอบโต้โลกแบบฉับพลันหรือ Snap หรือ Blink ต่อสิ่งต่างๆอยู่เสมอและรู้สึกถึงมันหลังทุกสิ่งผ่านไปแล้วหรือได้รับการชี้ชัดให้เห็นเท่านั้นเอง

 

Reviews

Comment as: