รู้ท่า…ก็รู้ใจ

By : Jakkrit Siririn


ซีรี่ส์ชุด Lie to Me เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคล้ายๆ กับ CSI แต่ Lie to Me ใช้เพียงการวิเคราะห์สีหน้า เช่น การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าตามสภาพอารมณ์ที่แท้จริง แววตา รวมถึงมุมเคลื่อนของตาดำ และอากัปกิริยาท่าทางต่างๆ ของผู้ต้องสงสัย
เรามาดูตัวอย่างการทายนิสัย-อ่านใจคนผ่านท่วงท่าลีลาต่างๆ กัน
1.ว่าด้วยแขน
1.1 กอด อก สุดคลาสสิก: มีงานวิจัยมากมายจากอดีตถึงปัจจุบันที่เผยว่า การกอด อก ของผู้ใหญ่ก็คือท่าทางที่มนุษย์เราพัฒนามาจากตอนที่แต่ละคนเป็นเด็กๆ กล่าวคือ เมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่ เด็กเล็กๆ มักจะไปแอบหลังวัตถุที่ใหญ่กว่าร่างกายตนเอง ที่คลาสสิกมากๆ ก็คือแอบหลังแม่ หรือไม่ก็เสาบ้าน ต้นไม้ใหญ่ กระถางต้นไม้ใหญ่ๆ และตู้ โต๊ะ ต่างๆ เป็นต้น ต่อเมื่อเด็กโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงวัยรุ่น เด็กวัยนี้มักหลีกเลี่ยงการแอบหลังวัตถุ วัยรุ่นหลายคนจึงนิยมกอด อก เพื่อปกป้องตนเองจากสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ โดยนัยนี้ก็คือการสะท้อนสัญชาตญาณการใช้ท่อนแขน เพราะไม่อยากแอบหลังวัตถุ ปกป้องอวัยวะสำคัญคือหัวใจ รวมถึงปอด เพื่อป้องกันการจู่โจมจากศัตรู คือคู่สนทนา หรือสถานการณ์ และเมื่อมนุษย์พัฒนาร่างกายและจิตใจมาถึงวัยกลางคน หากเขาหรือเธอเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เปราะบาง ผู้ใหญ่หลายๆ คนมักแสดงท่ายกแขนข้างใดข้างหนึ่งงอพาดขึ้นทาบบริเวณหน้าอกและช่องท้องด้านบนโดยไม่รู้ตัว
ท่าคลาสสิกของกรณีนี้ก็คือ ท่าหอบแฟ้ม และท่าหอบกระเป๋า ในลักษณะถือแฟ้มหรือกระเป๋ามือเดียวแบบเฉียงพาดหน้าอก รวมถึงท่าคลาสสิกอีกท่าหนึ่งของการกอด อก คือท่าเอาแขนขวายกผ่านใต้ราวนมไปจับแขนซ้ายของตัวเอง ท่านี้เป็นที่รู้จักในแวดวงนักจิตวิทยาว่าท่ากอด อกข้างเดียว ซึ่งมักเกิดกับบุคคลที่ขาดความมั่นใจในสถานการณ์ประหม่าต่อหน้าสาธารณชน โดยสถิติแล้วจะพบท่ากอด อกข้างเดียวในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเพศชายส่วนใหญ่เมื่อไม่มั่นใจ หลายคนมักใช้ท่ากุมเป้ามากกว่า เนื่องจากมนุษย์เพศชาย 99.999% จะให้ความสำคัญกับอวัยวะเพศในทุกเรื่องที่พวกเขาคิด-พูด-ทำ ทั้งโดยซ่อนเร้นและเปิดเผย หรือโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว
1.2 กำปั้นกอด อก: ท่านี้บ่งบอกได้อย่างดีว่า นอกจากผู้กำมือกอด อก จะไม่แน่ใจในสถานการณ์แล้ว ยังพร้อมสู้ตาย
1.3 กอดอกชูนิ้วโป้ง: ท่านี้ขัดแย้งกันในตัวเอง กล่าวคือ ถ้าการกอด อก คือความไม่มั่นใจ แต่การยกนิ้วโป้ง หรือ Thumb up ในภาษาอังกฤษนั้นความมั่นใจ หากเมื่อท่าทั้งสองมาอยู่ร่วมกัน มันก็แปลได้ว่า คนที่ทำท่านี้อยู่นั้นกำลังหวั่นไหวอยู่ในทีท่า นี่คืออีกท่าคลาสสิกที่พัฒนามาจากยุคโบราณ โดยเฉพาะยุคหิน ที่มนุษย์ใช้หอกเป็นอาวุธ หรือนักรบโรมัน และตำรวจที่พกปืน มีงานวิจัยจำนวนมากระบุว่าแทบไม่พบภาพคนทั้ง 3 กลุ่มนี้กอด อก เลย เพราะคนทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวมีความมั่นใจในอาวุธที่ถืออยู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องกอด อก แต่อย่างใด
1.4 ท่านั่งกินกาแฟ: ท่าสุดท้ายในกลุ่มท่ากอด อก คือท่านั่งกินกาแฟ ที่ดูเผินๆ อาจไม่ใช่กลุ่มท่ากอด อก สักเท่าไหร่ ทว่า นักจิตวิทยาระดับโลกต่างชี้ว่า ถ้าคู่สนทนาคนไหนเอามือฝั่งตรงข้ามกับถ้วยกาแฟพาดขวางบังหน้าอกไปจับถ้วยกาแฟ นั่นคืออาการของการปฏิเสธ แต่ถ้าคู่สนทนาเอื้อมมือข้างเดียวกับที่ตั้งถ้วยกาแฟไปจับถ้วยกาแฟโดยเปิดบริเวณหน้าอกให้เราเห็น นั่นคืออาการตอบรับเรา

 

Reviews

Comment as: