หาตัวตน บนเส้นทาง

By : Prasit Wittayasamrit


Gap year กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนที่เพิ่งเรียนจบ หรือกำลังจะจบมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะเริ่มทำงาน หรือเรียนต่ออย่างจริงจัง หลายคนมีความใฝ่ฝันว่าอยากมีเวลาค้นหาตัวเอง โดยออกเดินทางและทำสิ่งที่อยากทำ เช่น ถ่ายรูป เล่นดนตรี ทำงานศิลปะ หรือการได้ไป work & travel ที่ต่างประเทศ เพื่อให้ได้รู้แน่ชัดว่าตัวเองอยากเรียน หรือสนใจในเรื่องเหล่านั้นจริงหรือไม่ จะเจอตัวตนของตัวเองในช่วงเวลาเหล่านี้ไหม

แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ถ้าได้มีโอกาสออกเดินทาง เพื่อทำงาน หรือท่องเที่ยวก็ดี จะได้ค้นพบตัวเองอย่างที่หวังเอาไว้จริงๆ?

อย่างแรกควรหัดเป็นคนขี้สงสัย ตั้งคำถามกับสิ่งที่พบเจออยู่เสมอ

เด็กไทยหลายคนมักจะมีปัญหาเรื่องภาษาในการสื่อสาร ทั้งยังไม่ค่อยกล้าตั้งคำถาม ถึงสงสัยก็ไม่ถามและปล่อยให้ความสงสัยนั้นหายไปเอง ทั้งที่จริงแล้วประสบการณ์ความรู้ต่างๆ ล้วนมาจากสิ่งรอบตัว จาก internet หนังสือ แผนที่ และมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์ 1 คน สามารถเป็นบทความ 1 บท หรืออาจเป็นหนังสือทั้งเล่มได้ เราจึงควรตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ รอบตัว เมื่อออกเดินทางอยู่เสมอ

Boyan Slate ตอนอายุ 16 ปี ตั้งคำถามกับตัวเองระหว่างไปเที่ยวทะเลที่กรีซ ว่าจะหาวิธีกำจัดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้มากที่สุดได้อย่างไร เขาจึงเริ่มศึกษามหาสมุทรอย่างจริงจัง และค้นพบ Gyres หรือวังวนของน้ำในมหาสมุทร จึงได้ก่อตั้ง The Ocean Cleanup โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างทุ่นลอยน้ำยาว 100 กิโลเมตร เพื่อดักจับขยะในมหาสมุทร โดยใช้ปรากฎการณ์ธรรมชาติจากวังวนของน้ำในมหาสมุทร ทุ่นนี้จะสามารถเก็บขยะในทะเลในระยะ 3 เมตรจากผิวน้ำได้เอง โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากนักลงทุนกว่า 2.2 พันล้านดอลล่าร์

การสนใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรมก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

การท่องเที่ยวชุมชน และท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้รับความนิยมในหมู่เด็กต่างชาติมานานแล้ว นักท่องเที่ยว นักศึกษาในประเทศแถบยุโรปสนใจศาสตร์การนวด และสมุนไพรประคบของไทย รีสอร์ทบ้านหอมสมุนไพร จ.ลำพูน เป็นสถาบันสอนการนวดเพื่อรักษา และการทำลูกประคบจากสมุนไพรสดอย่าง ไพล ขมิ้น มีนักท่องเที่ยวจอง course เรียนยาวข้ามปี สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพ หรือสร้างธุรกิจสปาที่สร้างเม็ดเงินได้มหาศาล

ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกสั่งสมกันมานาน สมุนไพร พืชท้องถิ่นบางชนิดอาจไม่มีราคา แต่กลับมีมูลค่ามหาศาลที่อื่น เช่น ผักเชียงดาเป็นผักพื้นเมืองภาคเหนือที่ปลูกกินกันทั่วไป มีผลการวิจัยพบว่า หากนำยอดอ่อนมาชงดื่มอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศเบลเยี่ยมกำลังศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตั้งชื่อชาจากผักเชียงดาว่าเป็น sugar killer

การเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างให้มุมมองใหม่เสมอ บางทีอาจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนไกลๆ แค่ท่องเที่ยวในประเทศก็สามารถเปิดมุมมองใหม่ได้ เพียงแต่จะต้องสังเกตและค้นหาประสบการณ์ให้ลึกลงกว่าเดิม มากกว่าการไปกิน เที่ยว ถ่ายรูป โพสต์รูป แล้วกลับ

หากได้มีโอกาสออกเดินทางอีกครั้ง และมีเป้าหมายในการค้นหาตัวเองให้เจอ ก็น่าจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้จากการเดินทางอย่างลึกซึ้งดูสักครั้ง อย่าปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นผ่านพ้นไป เพราะการค้นหาตัวเองอาจใช้เวลาเป็นปี หรือหลายปีกว่าจะค้นพบ

การเกี่ยวประสบการณ์ เก็บเล็กผสมน้อย จะทำให้การเดินทางเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า แล้ววันหนึ่งเราอาจพบว่า สิ่งที่เราอยากเป็น หรืออยากทำ อยู่ดีๆ ก็มาอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง

#ความคิดสร้างสรรค์ก็เช่นเดียวกัน

 

Reviews

Comment as: