บ้านในอนาคต

By : Prasit Wittayasamrit


แม้ในยุคนี้หนัง Sci-Fi จะไม่เป็นกระแสเปรี้ยงปร้างเหมือนหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย แต่หนัง Sci-Fi ก็ยังมีออกฉายอยู่เรื่อยๆ ทุกปี

เสน่ห์ของหนัง Sci-Fi ก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่เหนือจริง โดยมีการอ้างอิงทางวิทยศาสตร์ เติมจินตนาการเพิ่มเข้าไปจากผู้เขียนบทภาพยนตร์ ผู้กำกับบ้าง ว่าด้วยเรื่องสงครามอวกาศ มนุษย์ต่างดาว หรือโลกในอนาคต แน่นอนว่าโลกในอนาคตของหนัง Sci-Fi ก็ย่อมมาจากจินตนาการที่ว่าบ้าน ถนนหนทาง ยานพาหนะจะมีหน้าตาเป็นเช่นไรในโลกในอีกหลายสิบหลายร้อยปีข้างหน้า

หนัง Sci-Fi ที่โด่งดังอย่าง Back to the future พูดถึงเรื่องที่ตัวละครเอกเดินทางสู่โลกในอนาคต ซึ่งอนาคตในหนังคือปี 2015 ซึ่งเป็นเวลาอีก 30 ปีในอนาคตตาม timeline ของหนังที่ออกฉายในปี 1985 โลกในจินตนาการของหนังในปี 2015 คือรถยนต์จะบินได้ โดยการหุบล้อเข้า และกลายเป็นไอพ่น จึงไม่ต้องมีถนนอีกต่อไป เราจะมีทีวีที่มีช่องมากกว่า 300 ช่อง มีแทปเล็ต และพูดคุยกันผ่านทางวิดีโอคอล ซึ่งบางอย่างก็เปลี่ยนจากการจินตนาการสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้ว

บ้านในอนาคตก็ถูกจินตนาการเอาไว้ในหนัง Sci-Fi และการ์ตูนอีกหลายเรื่อง เช่น ในโดราเอมอน โลกอนาคตมนุษย์จะอาศัยในตึกสีเงิน ขนาดสูงใหญ่ เชื่อมด้วยทางรถโมโนเรล ลอดทะลุตึกไปมา อุปกรณ์ในบ้านเป็นแบบสั่งงานอัตโนมัติ แต่เอาเข้าจริงแล้วอาจจะตรงกันข้าม มนุษย์กลับไปเป็นมิตร และอยู่ร่วมกับธรรมชาติมากขึ้น ฟังชั่นของบ้านจึงถูกออกแบบให้กลมกลืนและใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด

งาน House Vision ที่กรุงโตเกียว มีบ้านในอนาคตต้นแบบ 12 หลังที่ออกแบบโดยสถาปนิก และดีไซเนอร์ทั้งจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ และบริษัทที่ทำด้านเทคโนโลยี แต่ละหลังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางหลังออกแบบให้มีออฟฟิศ พื้นที่ทำงาน และนาข้าวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน บริษัท Daito Trust Construction ออกแบบอาคารที่มีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นพื้นที่สีเขียวและใช้แสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด บ้านแต่ละหลังออกแบบผสมผสานเทคโนโลยี และธรรมชาติเข้าด้วยกัน

ในอนาคตบ้านจะถูกออกแบบให้ใช้พลังงานที่ผลิตเองได้ เพื่อทดแทนพลังงานไฟฟ้าที่ต้องใช้ในบ้านทั้งหมด เพราะการใช้พลังงานจากธรรมชาติกำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ การออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงทิศทางของ ลม และ แดด ในแต่ละช่วงเวลาของวันจะช่วยให้ลดการใช้พลังงานได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะได้แสง และลมจากธรรมชาติมาช่วยให้บ้านอยู่สบาย และลดการใช้ไฟฟ้าไปได้

อีกมิติหนึ่งของบ้านในอนาคตจะมี คือการอยู่ร่วมกัน โดยมีพื้นที่ส่วนกลางที่ทำให้ผู้พักอาศัยได้มาพบปะสังสรรค์กันมากกว่าที่จะเป็นห้องที่ต่างคนต่างอยู่ เพราะโลกในอนาคตถูกคาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น และมีอัตราการเกิดน้อยลง ครอบครัวมีขนาดเล็กลง การพึ่งพาอาศัยกันจะจำเป็นมากขึ้น และการร่วมกันเป็นชุมชนก็จะถูกดึงกลับมาในวิถีของคนเมือง มีพื้นที่ปลูกพืช ผัก เพื่อเป็นอาหารและแบ่งปัน โดยถูกออกแบบให้อยู่ในที่พักอาศัย พื้นที่และอุปกรณ์ปลูกมีขนาดเล็กลงแต่ผลิตได้ปริมาณมาก เพื่อให้เกิดการแบ่งปัน และดูแลกันมากขึ้น

บ้านจริงๆแล้วก็เป็นแค่อาคาร พื้นที่ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นบ้านขึ้นมานั้นขึ้นกับปัจจัยอย่างอื่นที่อาจจับต้องไม่ได้ เช่นความทรงจำ ความรู้สึก และที่สำคัญผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว

บ้านในอนาคตของแต่ละคนจึงอาจมีหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่หากสามารถผสมผสานเทคโนโลยีที่ทำให้เป็นมิตรกับคนอื่นๆ และสิ่งต่างๆรอบตัวได้มากขึ้นก็คงจะดีไม่น้อย

 

Reviews

Comment as: